วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

เราเห็นเจ้าแล้วมาร

"เราเห็นเจ้าแล้วมาร"
นึกชอบใจคำพูดนี้ของพระพุทธเจ้ามาก ๆ
ตอนได้อ่านได้ฟังที่แรก เราก็นึกว่ามารมาเป็นตัว ๆ เหาะลงมาจากฟ้า
มารบฟาดฟัน กับพระพุทธเจ้า ตอนนั้นก็นึกสงสัย ว่าทำไมพระพุทธเจ้านั่งเฉย ๆ แล้วชนะได้เนี่ย
มาคราวนี้เจอตัวมารเข้ากับตัว ก็รู้แจ้งแก่ใจเลย มารของเรามันไม่ได้มาเป็นตัว ๆ แบบในพระไตรปิฏก
แต่มันมาเป็นระรอก ๆ จากภายใน รู้สึกเร่าร้อนรุนแรง ปานจะเห็นเป็นตัวเป็นตนอยู่ตรงหน้า
พอเห็นมันเป็นตัว ๆ แล้วมีสติรู้ทัน ก็เกิดปีติในใจ อยากจะเอ่ยวาจาเดียวกันกับพระพุทธเจ้าบ้าง

"เราเห็นเจ้าแล้วมาร" 5555


ขอเวลา อิ่มเอมในใจ 5 นาที
































กลับมา ๆ อย่าติดสุขนาน


แต่ระดับมันก็ต่างกันนิด ๆ หน่อย ๆ (จริง ๆ ก็ไม่นิดเท่าไหร่อะนะ )
ถ้าเปรียบมารของพระพุทธเจ้าเป็นกองทัพ Diablo
ของเราก็คงเป็นแค่ Imp เด็กตัวกระจ้อยหลงฝูงมาตัวเดียว มาท้าสู้


แต่ถึงจะเจอกับเจ้าตัวเล็กนี่ เราก็ยังสู้แทบหืดขึ้นคอ
ตอนเจอกันยกแรก นึกจะลองใช้วิธีพระพุทธเจ้าดู แค่รู้แค่ดู ไม่ได้ปรุงแต่ง แค่มองเห็น
แต่ดูเหมือนฐานสติเรายังไม่แกร่งพอ จะเผลอพลาดท่าเสียทีตามใจตัวเองเสียบ่อย
เห็นท่าจะไม่ดียกสอง จึงใช้วิธีเข้าตะลุมบอน ยื้อยุดฉุดกระชาก เอาให้ชนะให้ได้
แต่ก็เกิดความอึดอัด ขัดแค้นในใจ ดูไม่สบายเนื้อสบายตัวเอาซะเลย
ถึงแม้จะเอาชนะได้ในศึกนี้ แต่เห็นในขณะจิตนั้นเลยว่า เป็นการเอาชนะแค่ชั่วครั้งชั่วคราว
หาได้ชนะแบบเด็ดขาด มารน้อยตัวนั้นก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร เพียงแค่ล่าถอยไปชั่วครู่
เราซะอีก ที่ถึงกับสะบักสะบอม แถมยังมีความขุ่นในใจขึ้นมาให้เห็นอีกเป็นระลอก ๆ
คงต้องทำสมถะให้มากกว่านี้ จะได้มีฐานที่มั่นไว้สู้กับมารในยกหน้า

ไม่มีความคิดเห็น: