วันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

เมตตา

วันนี้ ได้เห็นกับตาแล้วว่า การปฏิบัติแบบดูจิตนั้น เราไม่ต้องพยายาม แค่รู้แค่ดูไปให้ต่อเนื่อง
กิเลศมันก็จะหมดไปเอง ในเรื่องของความนึกคิด อันนี้เห็นจริงมาแล้วว่าพอรู้ทันแล้ว ความคิดมันก็ดับไปเอง
แต่พึ่งมาเห็นเดี๋ยวนี้เองว่า มันได้เปลี่ยนวิธีการคิดของเราไปด้วย

เหตุคือวันนี้ขณะกำลังอาบน้ำอยู่ มีุยุงบินวนเวียนอยู่ในห้องน้ำกับเรา ถ้าเป็นธรรมดาแล้ว
เมื่อเรามองเห็นมันบินผ่านเข้ามาใกล้ ในเวลาอยู่ในห้องน้ำยังงี้ ยุงตัวนั้นคงจะตายไปก่อน
ที่เราจะรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้เราฆ่าไปชีวิตนึง แต่วันนี้พอเห็นยุงเราก็ระลึกขึ้นมาทันที
เห็นยุงแล้วก็เกิดสงสารมันที่เกิดมาเป็นยุง แล้วก็นึกเสียใจกับตัวเองที่เมื่อก่อนฆ่ามันแบบไม่ทันคิด
ไม่รู้เหมือนกันว่าอารมณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่จู่ ๆ ก็เหมือนมีความเศร้ารุมเร้าเข้ามา
พยายามใช้วิธีดูจิตเพื่อดับทุกข์ เพื่อไม่คิด แต่ก็เหมือนมันแน่นขึ้นมากลางอก
รู้สึกเหมือนตัวเองทำผิดไปมาก ๆ .... พอเสร็จธุระ เลยขอขมายุงตัวนั้นเพื่อให้ตัวเองสบายใจ

ผลคือเป็นประสบการณ์แค่ชั่วแวบ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่มีผลมาก ๆ กับระบบความคิดเรา
รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปข้างในหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ที่เห็นชัด ๆ คงจะไป ไม่กลัว ไม่โกรธ ไม่เพ่งโทษ ในสัตว์ต่าง ๆ
พอเป็นอย่างนี้ถึงพึ่งจะมารู้ตัวว่าลึก ๆ แล้ว เวลาเรามองดู สัตว์ เราก็ปรุงแต่งเรื่องราวไปสารพัด
อย่างเวลาเห็นสุนัขเข้ามาใกล้ ถ้ามันทำหน้าเหมือนสงสัย เราก็จะคิดไปว่า มันจะกัดไหม จะเ่ห่าไหม
จะเข้ามาทำอะไรเราไหม ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่เห็นเราเดินผ่าน แต่ตั้งแต่เห็นยุงตัวนั้น พอเห็นสุนัข ก็ไม่ได้เกิด
ความปรุงแต่งอย่างนั้นขึ้นมาอีก กลับรู้สึกมี เมตตาสงสารมันเสียอย่างนั้น

... แปลกดี ...

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตั้งแต่ปฏิบัติธรรมมา ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซี ทั้งที่เป็นโลกใบเดิมแท้ ๆ
แต่ยิ่งทำ ยิ่ง level up ขึ้น ก็เหมือนจะเห็นอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้ดูให้สนุกได้เรื่อย ๆ
อย่างงี้เค้าเรียกติดสุขรึเปล่าเนี่ย แต่ก็ดี รู้สึกมีกำลังใจในการทำ
เพราะอยากรู้ว่าพอปฏิบัติได้ดีกว่านี้แล้ว จะได้มุมมองอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกบ้าง

ไม่มีความคิดเห็น: