วันจันทร์ที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

มือใหม่จูงมือกัน

ชวนแม่มาลองปฏิบัติธรรมได้สักพัก เร็ว ๆ นี้พึ่งจะมีโอกาสได้คุยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
พอได้คุยแล้วถึงรู้ว่า เราโชคดีมาก ๆ ในการปฏิบัติ
เพราะแม่บอกว่าตอนแรกที่ทำนั่น ที่เราบอกว่าดูลมหายใจดู ว่าเข้าหรือออก
แม่บอกว่าตอนลองทำทีแรกนั่น ไม่รู้จริิง ๆ ว่ามันเข้าหรือออก
ตอนปฏิบัติีแรก ถึงกัับต้องใช้มือจับที่ท้อง เพื่อดูว่ากำลังเข้าหรืออก
เพราะไม่เห็นลมหายใจเลยจริง ๆ แล้วท้องพองรึยุบก็ไม่รู้
จริง ๆ คือไม่รู้อะไรเลย ว่าร่างกายตัวเองเป็นยังไง

เราก็ต้องถามไปเรื่อยว่าเห็นอะไรบ้าง
ถามว่าเห็นท้องพองยุบมั๊ย พอเห็นท้องพองยุบ อันนี้แรก ๆ แม่ต้องเอามือจับท้องไว้ถึงรู้ว่ามันพองหรือยุบ
ถามว่าเห็นลมผ่านที่ปลายจมูกมั๊ย หลังจากแม่เริ่มดูเป็น สักพักกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้
ถามว่าเห็นลมทอดยาวเข้าสู่ร่าง แล้วพอสุดก็ต้องออกเป็นธรรมดามั๊ย อันนี้แม่ยังทำไม่ได้

ฟังแรก ๆ ผมก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะผมสัมผัสลมหายใจได้ในครั้งแรกที่ได้ฟังว่าให้ดูลมหายใจ
พอได้ฟังแม่พูดก็นึกสงสัยว่าทำไมถึง ไม่เห็นก็เป็นกายของเราเองแท้ๆ เป็นอาการปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า
แม่ก็บอกว่า จริง ๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ เพราะไม่เคยได้ดู ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เลยไม่รู้
แม่บอกว่าแม่ลองเอาไปถามนักเรียนว่า รู้รึเปล่าว่ากำลังหายใจเข้าหรืออก
นักเรียนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาสักพักทีเดียวกว่าจะรู้ว่า หายใจเข้าหรือออก มีคนเคยทำสมาธิมาบ้าง ที่เห็นกันเร็วหน่อย
แต่ก็มีอีกส่วนที่ต้องจับดูเอาถึงจะรู้เหมือนกัน
แล้วตอนหายใจเข้าท้องมันพองหรือยุบนี่ ยิ่งไม่รู้กันไปใหญ่เลย
เพราะเวลาหายใจ ถ้าตั้งใจหายใจ โดยไม่รู้ตามธรรมชาติที่มันเป็น เวลาหายใจเข้า ท้องมันจะยุบ
เพราะต้องเกร็งเอาลมเข้าไปในท้อง แต่บางทีที่หายใจเข้า ท้องมันก็พอง เพราะเป็นธรรมดาที่ท้องจะพอง
พวกนักเรียนก็งง สงสัยไปตาม ๆ กัน

การได้คุยกับคนปฏิบัติธรรมด้วยกันมันดีอย่างนี้นี่เอง ถ้าเจอคนปฏิบัติได้ดีกว่า เค้าก็จะได้แนะแนวทางเรา
ถ้าเจอคนปฏิบัติยังไม่เท่าทัน ก็จะได้แนะนำเค้า ซ้ำยังได้เห็นขั้นตอนการพัฒนาที่เรามองข้ามไป รายละเอียดปลีกย่อย
ที่เอามาเป็น ข้อพิจารณา กายใจได้ หลาย ๆ อย่าง ซ้ำยังเกิดความอิ่มเอิบใจในการที่ได้เจอคนร่วมทาง
แล้วยิ่งเป็นคนในครอบครัวด้วยอย่างนี้ รู้สึกอิ่มเอมใจเป็นพิเศษ

กลับไปบ้านคงต้องขน cd ธรรมะกลับไปให้แม่ฟังซะแล้ว เพราะเริ่มขึ้นสู่ขั้นที่สูงขึ้น
เราเองก็ยังไม่แตกฉานพอ ไม่กล้าที่จะสอนเสียด้วย อีกอย่างเผื่อจะได้ให้พ่อกับพี่ไปด้วยเลย
เพราะเห็นแม่เล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้วันว่าง ๆ พ่อก็ไปวัดนั่งสมาธิเหมือนกัน ส่วนพี่ก็เริ่มมีวิสัยทางนี้บ้างแล้ว เห็นถามถึงอยู่เหมือนกัน
มีความสุขจริง ๆ กับการที่คนในบ้านหันมาปฏิบัติกัน เดี๋ยวนี้โทรคุยกันก็คุยกันแต่เรื่องว่าปฏิบัติเป็นอย่างไร
แม่มีท้าแข่งด้วยนะ ว่าใครจะบรรลุธรรมได้ก่อนกัน 555
นี่สินะ สุขอันเกิดจาก ธรรมทาน เวลาได้คุยกันจะรู้สึกมีปีติเกิดขึ้นในใจ เอ่อล้นเหมือนน้ำพุที่ไม่รู้จักแห้งเหือด
ชะโลมใจแห้ง ๆ อันเกิดจากความอยากก้าวหน้า ให้แช่มชื่น สมบูรณ์ และปล่อยสบายได้เยอะเลย



ธรรมรักษาผู้อยู่ในทางทุกคนครับ
เชิญชวนผู้ยังไม่เห็นทางให้มาลอง ... ของเค้าดีจริง

ไม่มีความคิดเห็น: