วันอังคารที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ลมหายใจออก

หลังจากได้พิจารณากองลมอันเกิดขึ้นแต่ละระลอก
เราเห็นแล้วว่าเราสั้น ก็รู้ว่าลมสั้น ลมยาวก็รู้ว่าลมยาว
ขณะที่ไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้ความคิด สติก็มาจับกับลม อยู่เสมอ ๆ โดยไม่ต้องกำกับ
ทำให้ได้เห็นถึงความเผลอ ได้เกือบตลอดทั้งวัน

แล้วก็เห็นจริงอีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าหากมีสติขึ้นมา ในขณะที่ลมกำลังออก
สติจะรู้ง่าย มีความสบาย และผ่อนคลาย ไหลไปกับลมหายใจออก
แต่ถ้ารู้ตอนหายใจเข้า เราจะเผลอไปคิดเป็นบางครั้ง
มีความตึง ๆ หรือ เครียดเกร็งน้อย ๆ เกิดขึ้นด้วยการที่ร่างกายพยายามเอาลมเข้า
พิจารณาดังนี้ก็เห็นตรงตามคำหลวงพ่อว่า ให้รู้ลมออกก่อน

แต่เนื่องจากตอนแรกที่ปฏิบัตินั้น เราภาวนาไว้ว่า ทุกลมหายใจเข้า ขอให้เรามีสติ
กับความจริงอีกประการหนึ่งคือ ในลมหายใจออกนั้น ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย เกิดควาสุขในการได้คลายลมออก
อีกทั้งยังเป็นอาการทางกายที่เกิดอย่างแผ่ว ๆ เพราะร่างกายไม่ได้ใช้แรง ทำให้สติเกิดได้ยาก
ต่างกันกับการหายใจเข้า ที่ร่างกายเราต้องออกแรง ดึงลมเข้าสู่ร่างกาย
ด้วยเหตุผลดังนี้ ทำให้สติเราส่วนมากมักจะเกิดขึ้นที่สุดลมหายใจออก
ชั่วแวบที่กำลังจะเริ่มดึงลมหายเข้านั้นแหละ พอรู้ตัวตรงนั้นก็จะรู้ว่าเผลอขึ้นมา
แต่การที่มีสติได้เห็นร่างกายดึงลมหายใจเข้าตลอดสายนั้น จึงมักจะทำให้จิตเราไปจับอยู่กับการ
เห็นร่างกายเอาลมเข้า ร่างกายเลยเกร็งขึ้นมาหน่อย ๆ ไม่ได้หายใจเข้าอย่างเป็นธรรมชาติจริง ๆ
บางลมเหมือนกับเราเป็นการกำหนดทั้งร่างให้เอาลมเข้าไปเลยก็มี

มีแค่ไม่กี่ครั้งที่ปล่อยร่างกายสบาย ๆ แล้วไปเกิดสติตอนลมเข้าจนสุด
ตรงนั้นเองนอกจากจะรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว เรายังได้รู้สึกอีกว่า พอมันเข้าจนสุดแล้วก็ต้องออกมาเป็นธรรมดา
อีกทั้งถ้าเริ่มมีสติที่สุดลมหายใจเข้า ทั่วร่างเราก็จะผ่อนคลายลง เผื่อผ่อนลมออก ทำให้ลมหายในนั้นสอนอะไรได้มากกว่า
เพราะไม่เกิดทั้งความเกร็ง ความเพ่ง แล้วยังทำให้เห็นความเกิดดับทางกายอีกด้วย

พอเห็นยังงั้น เราก็เลยเกิดสัญญากับตัวเองขึ้นมาบ่อย ๆ ว่า อยากให้มีสติเกิดขึ้นที่ลมหายใจออก มากกว่าหายใจเข้า
พอเกิดสติที่ลมหายใจเข้า ก็เลยมีบ้างที่จิต ขุ่น ๆ เป็นฝ้าขึ้นมา ด้วยเหตุเพราะสัญญาที่เผลอไปตรึกนึกไว้ข้างต้น
แต่หากไม่อยากให้มีสัญญาแบบนั้น ก็จะยิ่งเป็นการครุ่นคิดมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้หลงทางหนักขึ้น
ตอนนี้ก็เลยได้แต่ปล่อยให้ มันเป็นไปอย่างนั้น ก็นั่งดุใจขุ่น ๆ ที่เกิดขึ้นตอนลมหายใจเข้าไปก่อนละกัน
เห็นธรรมดาของใจ ที่มันไม่เที่ยง แม้แต่ลมหายใจเข้าออก ยังเกิดชอบกับชังได้อีก ... มนุษย์หนอมนุษย์

ไม่มีความคิดเห็น: