ตั้งแต่ปฏิบัติธรรมมานี่ เดี๋ยวนี้ชักจะดูหนังไม่สนุก
เล่นเกมก็เบื่อง่าย ฟังเพลงก็ไม่ซึ้งใจเหมือนแต่ก่อน
กินข้าวก็ไม่อร่อยลิ้น ไม่ว่าจะไปสรรหาของแพงมากินแค่ไหนมันก็งั้น ๆ
-*- ถ้าตามหลักเราควรจะดีใจ แต่ยังไงก็รู้สึกเศร้า ๆ อยู่ดี
เศร้าเพราะ สิ่งที่เคยทำให้มีความสุข ทำแล้วมันไม่สุขเหมือนเดิมนี่สิ
ช่วงไหนมีสติรู้กายรู้ใจก็ดี ยังมีปีติ ยังมีอะไรให้ได้เล่นบ้าง
แต่ถ้าตอนไหนสติไม่เกิดนี่ ... ดูอะไร ๆ มันก็น่าเบื่อไปหมด
เมื่อไหร่ จิตมันจะเบื่อกาย เหมือนที่เราเบื่อโลกอย่างงี้มั่งน้า
ใกล้จะถึงไตรมาสแรกของการปฏิบัติ ดูเหมือนแต่ละเดือน ก็เป็นคนละอย่างคนละอารมณ์
เดือนแรกที่ปฏิบัติ ดูอะไร ๆ ก็จะตื่นตาตื่นใจไปหมด
เพราะไม่เคยได้รู้ไม่เคยได้เห็น สนุกกับทางโลกก็ยังสนุกอยู่
สนุกกับทางธรรม ก็เป็นการรู้เห็นของใหม่ ๆ อยู่เสมอ
พอเดือนที่สองก็เหมือนเป็นyoyo effect
กลับไปเสื่อม กว่าตอนไม่ปฏิบัติธรรมอีก 5555
แต่ก็ยังดี ที่ยังมีสติรู้ลมเป็นพัก ๆ
กลับไปอ่านที่บันทึกไว้ เดือนสองนี่เห็นแต่เรื่องท้อ
กับนับหนึ่งใหม่
พอมาถึงเดือนนี้ สติเกิดบ้าง ศีลยังไม่สมบูรณ์ สมาธิน้อย ปัญญาน้อย 5555
ความเบื่อก็มาเป็นอารมณ์อยู่ประจำ ทำอะไรได้สักพัก ก็จะรู้สึกว่า มันก็เท่านั้น แล้วก็วาง
ถ้าตอนไหนจิตเป็นกุศลก็ดีไป พอเบื่อ ๆ ก็จะคิดว่าทำสมาธิดีกว่า หาอะไรให้ใจได้ทำงาน
แต่ถ้าตอนไหนจิตเป็นอกุศล เวลาเบื่อนี่ มันจะเที่ยววิ่งไปควานหา เรื่องมาให้ได้คิด
ดีบ้างร้ายบ้าง เรื่องอดีตบ้าง เรื่องอนาคตบ้าง เรื่องคนอื่นบ้าง เอามาปรุงแต่งสร้างภพ
สนุกอยู่คนเดียวกับความคิดของตัวเอง -*-
ถ้ามีสติรู้ขึ้นมาก็บึ้มภพนั้นทิ้ง มานั่งเบื่อใหม่ แล้วก็วน ๆ อยู่ยังงี้
เหอะ ๆ
บอกไม่ถูกว่าใจเรานี่มันเจริญลงหรือเสื่อมขึ้นกันแน่
สงสัยเพราะมีคำว่าเราเยอะเกินไป มันเลยเป็นยังงี้
มีตัวเรามาก ๆ เข้าก็เลยยอากหาความสุขให้ "เรา" มาก ๆ
ถ้ามันขี้เบื่อยังงี้จนเบื่อ "เรา" ไปด้วยคงจะดี จะได้วาง ๆ มันซะ
วันอาทิตย์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
วันอังคารที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
หลงทาง
ผ่านจากสัปดาห์ที่ยุ่งวุ่นวายไป
พึ่งจะได้มีโอกาสมาสำรวจจิตใจ ของตัวเองจริง ๆ จัง ๆ อีกครั้ง
ก็เห็นว่าตอนนี้ สติป้อแป้มาก ๆ หลุดยาว หายนาน ใจมันก็ขุ่น ๆ อีก
-*-
เกิดอะไรขึ้นหว่า
พอลองมองย้อนกลับไปก็พึ่งจะสังเกตเห็น
ที่ใจมันขุ่น ๆ คงเป็นเพราะ ต้องไปติดต่อลูกค้าบ่อย ต่อรองงานทีก็ต้องตอแหลบ้าง
แม้จะไม่ถึงกับโกหก แต่ก็คลุมเครือซะจน ตีความให้จริงหรือเท็จก็ได้
กับทั้งการเจริญสติ ก็ทำแบบขาด ๆ เกิน ๆ
ดูจิตบ้าง ดูเท้ากระทบบ้าง ดูลมบ้าง อะไรแวบมาให้เห็นก็เห็น
เห็นแล้วก็ทิ้งเลย เพราะทำงานอยู่ แถมยังนึกในใจว่า รู้แล้วก็ดี
ถ้าไม่รู้ก็ช่างมันไปก่อน
อะไรทำให้คิดไปได้อย่างนั้นเนี่ย
วันนี้พึ่งจะมารู้สึกตัว
ว่าแม้แต่ในเวลาว่าง เรายัง คิดฟุ้งซ่านเลย
จากที่เดือนก่อน ถ้าไม่ต้องคิดหมกมุ่นเรื่องงาน
ใจมันก็จะไปรู้ลมของมันเอง โดยอัตโนมัติ
แต่นี่ ถ้าไม่ตั้งใจดูลม ก็จะไม่เห็นเลยทั้งวัน ...
ดูจะหลุดทางไปไกลนะเนี่ย
แถมงานที่เราทำก็เป็นงานคอมซะอีก มีเรื่องให้คิดฟุ้งยุ่งได้ทั้งวัน
ถ้ามัวแต่คิดว่า รู้เท่าที่รู้ ไป ๆ มา ๆ คงกลายเป็นไม่รู้อะไรเลย แบบตอนนี้
ดูท่าว่าจะต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกรอบ
เริ่มปฏิบัติใหม่ตั้งแต่ การปฏิบัติในรูปแบบไปเลย
มาตั้งฐานสติกันใหม่ ... เหอะ ๆ
ดีนะที่รู้ตัวทันว่าชักหลงทางไปไกล
"Good bye, old friend. May the Equanimity be with you."
ปล. ที่เคยบอกว่าจะหาซื้อพระไตรปิฏก ไปเจอขายอยู่เซ็ตนึง 19000!!!!! แพงโคตร อ่านในเน็ตก็ได้ T-T
ปล2. พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า "ท่านผู้มีอายุ เมื่อใด เรายังพักอยู่ เมื่อนั้น เรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ เมื่อนั้น เรายังลอยอยู่โดยแท้ ท่านผู้มีอายุ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ" - แล้วโอฆะคืออะไร ตัณหารึเปล่า แล้วไม่พักและไม่เพียรที่ตรงกลางนั้นมันเป็นอย่างไรกัน แอบสงสัยอะ
พึ่งจะได้มีโอกาสมาสำรวจจิตใจ ของตัวเองจริง ๆ จัง ๆ อีกครั้ง
ก็เห็นว่าตอนนี้ สติป้อแป้มาก ๆ หลุดยาว หายนาน ใจมันก็ขุ่น ๆ อีก
-*-
เกิดอะไรขึ้นหว่า
พอลองมองย้อนกลับไปก็พึ่งจะสังเกตเห็น
ที่ใจมันขุ่น ๆ คงเป็นเพราะ ต้องไปติดต่อลูกค้าบ่อย ต่อรองงานทีก็ต้องตอแหลบ้าง
แม้จะไม่ถึงกับโกหก แต่ก็คลุมเครือซะจน ตีความให้จริงหรือเท็จก็ได้
กับทั้งการเจริญสติ ก็ทำแบบขาด ๆ เกิน ๆ
ดูจิตบ้าง ดูเท้ากระทบบ้าง ดูลมบ้าง อะไรแวบมาให้เห็นก็เห็น
เห็นแล้วก็ทิ้งเลย เพราะทำงานอยู่ แถมยังนึกในใจว่า รู้แล้วก็ดี
ถ้าไม่รู้ก็ช่างมันไปก่อน
อะไรทำให้คิดไปได้อย่างนั้นเนี่ย
วันนี้พึ่งจะมารู้สึกตัว
ว่าแม้แต่ในเวลาว่าง เรายัง คิดฟุ้งซ่านเลย
จากที่เดือนก่อน ถ้าไม่ต้องคิดหมกมุ่นเรื่องงาน
ใจมันก็จะไปรู้ลมของมันเอง โดยอัตโนมัติ
แต่นี่ ถ้าไม่ตั้งใจดูลม ก็จะไม่เห็นเลยทั้งวัน ...
ดูจะหลุดทางไปไกลนะเนี่ย
แถมงานที่เราทำก็เป็นงานคอมซะอีก มีเรื่องให้คิดฟุ้งยุ่งได้ทั้งวัน
ถ้ามัวแต่คิดว่า รู้เท่าที่รู้ ไป ๆ มา ๆ คงกลายเป็นไม่รู้อะไรเลย แบบตอนนี้
ดูท่าว่าจะต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกรอบ
เริ่มปฏิบัติใหม่ตั้งแต่ การปฏิบัติในรูปแบบไปเลย
มาตั้งฐานสติกันใหม่ ... เหอะ ๆ
ดีนะที่รู้ตัวทันว่าชักหลงทางไปไกล
"Good bye, old friend. May the Equanimity be with you."
ปล. ที่เคยบอกว่าจะหาซื้อพระไตรปิฏก ไปเจอขายอยู่เซ็ตนึง 19000!!!!! แพงโคตร อ่านในเน็ตก็ได้ T-T
ปล2. พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า "ท่านผู้มีอายุ เมื่อใด เรายังพักอยู่ เมื่อนั้น เรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ เมื่อนั้น เรายังลอยอยู่โดยแท้ ท่านผู้มีอายุ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ" - แล้วโอฆะคืออะไร ตัณหารึเปล่า แล้วไม่พักและไม่เพียรที่ตรงกลางนั้นมันเป็นอย่างไรกัน แอบสงสัยอะ
วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ไม้ท่อนนี้ ยาว หรือ สั้น
"ไม้ท่อนนี้ ยาว หรือ สั้น"
ได้ยินแว่ว ๆ หลวงพ่อปราโมทย์ว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงปล่อยผ่าน ไม่ได้คิออะไร
แต่พึ่งจะมารู้สึกว่ามันโดนใจเอา ก็คราวนี้แหละ
สงสัย พึ่งจะมารู้สึกว่าคำนี้มันช่างพิสดารนัก คงเป็นเพราะไม่เห็นภาพละมั๊ง
ท่านพูดประมาณว่า
"หลวงปู่หยิบไม้เท้าขึ้นมา แล้วถามว่า ไม้ท่อนนี้ยาวหรือสั้น
บางคนก็ตอบยาว บางคนก็ตอบสั้น
แล้วท่านก็บอกว่า ไม้ท่อนนี้มันไม่ได้ยาว ไม่ได้สั้น มันก็มีขนาดเท่านี้แหละ
ที่เราเห็นว่ามันยาว รึมันสั้น มันเป็นเพราะใจเราเองต่างหาก"
พิสดาร(strange) พิสดาร(detailed) พิสดาร(completely)
เออ ทำไมเรานึกไม่ได้เสียแต่แรกนะ
ของมันก็มีสิ่งเทียบคู่ให้ดูอยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ
ดี ชั่ว ไกล ใกล้ เร็ว ช้า มาก น้อย ใหญ่ เล็ก สั้น ยาว สูง ต่ำ
เรานึกถึงสิ่งเทียบคู่ตัวไหน ก็แปลว่าเรากำลังเผลอกำลังปรุงแต่งนี่นา
วันนั้นก็เลยแอบสังเกต ดูใจของตัวเองดู
นั่ง Taxi ตอนต้องไปหาลูกค้า รถค่อนข้างเคลื่อนตัวช้า ก็รู้สึกว่ามันช้ามาก ๆ
ก็เห็นว่า อ่อ นี่เรากำลังอยากไปให้เร็ว เราเลยรู้สึกว่าช้า
ก็เลยช่างหัวมัน ... 5555 .... ไปหาลูกค้าสายเลย
ก็เลยได้วิธีดูอีกอย่างละ ถ้าตอนไหนที่เรานึกถึงไอ้ของที่มันมีคู่ขึ้นมา
ก็แสดงว่าลึก ๆ ในใจเรากำลังต้องการในสิ่งที่ตรงกันข้าม หรือเทียบเคียงกับอีกสิ่งหนึ่ง
ก็ตามไปแอบดูว่าจิตกำลังไปแอบทำอะไรไม่ให้เรารู้กันนะ
เจ๋ง ๆ
ไม้ท่อนนี้ ยาวหรือสั้น
พิสดารจริง ๆ
ปล. พึ่งรู้ว่าคำว่า "พิสดาร" ในประโยค "คำกราบบังคมทูลที่ถวายพระเจ้าอยู่หัวนั้นจะได้รับการบันทึกโดยพิสดาร" แปลว่าบันทึกโดยละเอียด ... ก็ว่า ทีแรกอ่านแล้วก็งง ทำไมต้องบันทึกให้พิสดาร(strange)ด้วย ที่แท้เค้าก็บันทึกโดยพิสดาร(completely)นี่เอง
ปล2. นอกเรื่องสุดขีด แล้ว "เกาะแก้วพิสดาร" ในเรื่องพระอภัยมณี เป็นเกาะที่มีทรายละเอียดเหมือนแก้วอยู่มากมาย หรือเป็นเกาะที่มีแก้วที่ชวนให้พิศวง
ได้ยินแว่ว ๆ หลวงพ่อปราโมทย์ว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงปล่อยผ่าน ไม่ได้คิออะไร
แต่พึ่งจะมารู้สึกว่ามันโดนใจเอา ก็คราวนี้แหละ
สงสัย พึ่งจะมารู้สึกว่าคำนี้มันช่างพิสดารนัก คงเป็นเพราะไม่เห็นภาพละมั๊ง
ท่านพูดประมาณว่า
"หลวงปู่หยิบไม้เท้าขึ้นมา แล้วถามว่า ไม้ท่อนนี้ยาวหรือสั้น
บางคนก็ตอบยาว บางคนก็ตอบสั้น
แล้วท่านก็บอกว่า ไม้ท่อนนี้มันไม่ได้ยาว ไม่ได้สั้น มันก็มีขนาดเท่านี้แหละ
ที่เราเห็นว่ามันยาว รึมันสั้น มันเป็นเพราะใจเราเองต่างหาก"
พิสดาร(strange) พิสดาร(detailed) พิสดาร(completely)
เออ ทำไมเรานึกไม่ได้เสียแต่แรกนะ
ของมันก็มีสิ่งเทียบคู่ให้ดูอยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ
ดี ชั่ว ไกล ใกล้ เร็ว ช้า มาก น้อย ใหญ่ เล็ก สั้น ยาว สูง ต่ำ
เรานึกถึงสิ่งเทียบคู่ตัวไหน ก็แปลว่าเรากำลังเผลอกำลังปรุงแต่งนี่นา
วันนั้นก็เลยแอบสังเกต ดูใจของตัวเองดู
นั่ง Taxi ตอนต้องไปหาลูกค้า รถค่อนข้างเคลื่อนตัวช้า ก็รู้สึกว่ามันช้ามาก ๆ
ก็เห็นว่า อ่อ นี่เรากำลังอยากไปให้เร็ว เราเลยรู้สึกว่าช้า
ก็เลยช่างหัวมัน ... 5555 .... ไปหาลูกค้าสายเลย
ก็เลยได้วิธีดูอีกอย่างละ ถ้าตอนไหนที่เรานึกถึงไอ้ของที่มันมีคู่ขึ้นมา
ก็แสดงว่าลึก ๆ ในใจเรากำลังต้องการในสิ่งที่ตรงกันข้าม หรือเทียบเคียงกับอีกสิ่งหนึ่ง
ก็ตามไปแอบดูว่าจิตกำลังไปแอบทำอะไรไม่ให้เรารู้กันนะ
เจ๋ง ๆ
ไม้ท่อนนี้ ยาวหรือสั้น
พิสดารจริง ๆ
ปล. พึ่งรู้ว่าคำว่า "พิสดาร" ในประโยค "คำกราบบังคมทูลที่ถวายพระเจ้าอยู่หัวนั้นจะได้รับการบันทึกโดยพิสดาร" แปลว่าบันทึกโดยละเอียด ... ก็ว่า ทีแรกอ่านแล้วก็งง ทำไมต้องบันทึกให้พิสดาร(strange)ด้วย ที่แท้เค้าก็บันทึกโดยพิสดาร(completely)นี่เอง
ปล2. นอกเรื่องสุดขีด แล้ว "เกาะแก้วพิสดาร" ในเรื่องพระอภัยมณี เป็นเกาะที่มีทรายละเอียดเหมือนแก้วอยู่มากมาย หรือเป็นเกาะที่มีแก้วที่ชวนให้พิศวง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)