ผ่านจากสัปดาห์ที่ยุ่งวุ่นวายไป
พึ่งจะได้มีโอกาสมาสำรวจจิตใจ ของตัวเองจริง ๆ จัง ๆ อีกครั้ง
ก็เห็นว่าตอนนี้ สติป้อแป้มาก ๆ หลุดยาว หายนาน ใจมันก็ขุ่น ๆ อีก
-*-
เกิดอะไรขึ้นหว่า
พอลองมองย้อนกลับไปก็พึ่งจะสังเกตเห็น
ที่ใจมันขุ่น ๆ คงเป็นเพราะ ต้องไปติดต่อลูกค้าบ่อย ต่อรองงานทีก็ต้องตอแหลบ้าง
แม้จะไม่ถึงกับโกหก แต่ก็คลุมเครือซะจน ตีความให้จริงหรือเท็จก็ได้
กับทั้งการเจริญสติ ก็ทำแบบขาด ๆ เกิน ๆ
ดูจิตบ้าง ดูเท้ากระทบบ้าง ดูลมบ้าง อะไรแวบมาให้เห็นก็เห็น
เห็นแล้วก็ทิ้งเลย เพราะทำงานอยู่ แถมยังนึกในใจว่า รู้แล้วก็ดี
ถ้าไม่รู้ก็ช่างมันไปก่อน
อะไรทำให้คิดไปได้อย่างนั้นเนี่ย
วันนี้พึ่งจะมารู้สึกตัว
ว่าแม้แต่ในเวลาว่าง เรายัง คิดฟุ้งซ่านเลย
จากที่เดือนก่อน ถ้าไม่ต้องคิดหมกมุ่นเรื่องงาน
ใจมันก็จะไปรู้ลมของมันเอง โดยอัตโนมัติ
แต่นี่ ถ้าไม่ตั้งใจดูลม ก็จะไม่เห็นเลยทั้งวัน ...
ดูจะหลุดทางไปไกลนะเนี่ย
แถมงานที่เราทำก็เป็นงานคอมซะอีก มีเรื่องให้คิดฟุ้งยุ่งได้ทั้งวัน
ถ้ามัวแต่คิดว่า รู้เท่าที่รู้ ไป ๆ มา ๆ คงกลายเป็นไม่รู้อะไรเลย แบบตอนนี้
ดูท่าว่าจะต้องกลับมานับหนึ่งใหม่อีกรอบ
เริ่มปฏิบัติใหม่ตั้งแต่ การปฏิบัติในรูปแบบไปเลย
มาตั้งฐานสติกันใหม่ ... เหอะ ๆ
ดีนะที่รู้ตัวทันว่าชักหลงทางไปไกล
"Good bye, old friend. May the Equanimity be with you."
ปล. ที่เคยบอกว่าจะหาซื้อพระไตรปิฏก ไปเจอขายอยู่เซ็ตนึง 19000!!!!! แพงโคตร อ่านในเน็ตก็ได้ T-T
ปล2. พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า "ท่านผู้มีอายุ เมื่อใด เรายังพักอยู่ เมื่อนั้น เรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ เมื่อนั้น เรายังลอยอยู่โดยแท้ ท่านผู้มีอายุ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล ฯ" - แล้วโอฆะคืออะไร ตัณหารึเปล่า แล้วไม่พักและไม่เพียรที่ตรงกลางนั้นมันเป็นอย่างไรกัน แอบสงสัยอะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น