วันอาทิตย์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เบื่อ เบื่อ เบื่อ

ตั้งแต่ปฏิบัติธรรมมานี่ เดี๋ยวนี้ชักจะดูหนังไม่สนุก
เล่นเกมก็เบื่อง่าย ฟังเพลงก็ไม่ซึ้งใจเหมือนแต่ก่อน
กินข้าวก็ไม่อร่อยลิ้น ไม่ว่าจะไปสรรหาของแพงมากินแค่ไหนมันก็งั้น ๆ

-*- ถ้าตามหลักเราควรจะดีใจ แต่ยังไงก็รู้สึกเศร้า ๆ อยู่ดี
เศร้าเพราะ สิ่งที่เคยทำให้มีความสุข ทำแล้วมันไม่สุขเหมือนเดิมนี่สิ
ช่วงไหนมีสติรู้กายรู้ใจก็ดี ยังมีปีติ ยังมีอะไรให้ได้เล่นบ้าง
แต่ถ้าตอนไหนสติไม่เกิดนี่ ... ดูอะไร ๆ มันก็น่าเบื่อไปหมด

เมื่อไหร่ จิตมันจะเบื่อกาย เหมือนที่เราเบื่อโลกอย่างงี้มั่งน้า
ใกล้จะถึงไตรมาสแรกของการปฏิบัติ ดูเหมือนแต่ละเดือน ก็เป็นคนละอย่างคนละอารมณ์

เดือนแรกที่ปฏิบัติ ดูอะไร ๆ ก็จะตื่นตาตื่นใจไปหมด
เพราะไม่เคยได้รู้ไม่เคยได้เห็น สนุกกับทางโลกก็ยังสนุกอยู่
สนุกกับทางธรรม ก็เป็นการรู้เห็นของใหม่ ๆ อยู่เสมอ

พอเดือนที่สองก็เหมือนเป็นyoyo effect
กลับไปเสื่อม กว่าตอนไม่ปฏิบัติธรรมอีก 5555
แต่ก็ยังดี ที่ยังมีสติรู้ลมเป็นพัก ๆ
กลับไปอ่านที่บันทึกไว้ เดือนสองนี่เห็นแต่เรื่องท้อ
กับนับหนึ่งใหม่

พอมาถึงเดือนนี้ สติเกิดบ้าง ศีลยังไม่สมบูรณ์ สมาธิน้อย ปัญญาน้อย 5555
ความเบื่อก็มาเป็นอารมณ์อยู่ประจำ ทำอะไรได้สักพัก ก็จะรู้สึกว่า มันก็เท่านั้น แล้วก็วาง
ถ้าตอนไหนจิตเป็นกุศลก็ดีไป พอเบื่อ ๆ ก็จะคิดว่าทำสมาธิดีกว่า หาอะไรให้ใจได้ทำงาน
แต่ถ้าตอนไหนจิตเป็นอกุศล เวลาเบื่อนี่ มันจะเที่ยววิ่งไปควานหา เรื่องมาให้ได้คิด
ดีบ้างร้ายบ้าง เรื่องอดีตบ้าง เรื่องอนาคตบ้าง เรื่องคนอื่นบ้าง เอามาปรุงแต่งสร้างภพ
สนุกอยู่คนเดียวกับความคิดของตัวเอง -*-
ถ้ามีสติรู้ขึ้นมาก็บึ้มภพนั้นทิ้ง มานั่งเบื่อใหม่ แล้วก็วน ๆ อยู่ยังงี้

เหอะ ๆ

บอกไม่ถูกว่าใจเรานี่มันเจริญลงหรือเสื่อมขึ้นกันแน่
สงสัยเพราะมีคำว่าเราเยอะเกินไป มันเลยเป็นยังงี้
มีตัวเรามาก ๆ เข้าก็เลยยอากหาความสุขให้ "เรา" มาก ๆ
ถ้ามันขี้เบื่อยังงี้จนเบื่อ "เรา" ไปด้วยคงจะดี จะได้วาง ๆ มันซะ

ไม่มีความคิดเห็น: