วันศุกร์ที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ไม่ใช่รู้อย่างเดียว ต้องคิดด้วย

ก่อนหน้านี้ เวลาดู เราก็ดู ๆ ไป ความเกิด ความดับของอารมณ์ แต่พวกอารมณ์ อื่น ๆ นี่ยังไม่เท่าไหร่
แต่อย่างความหิว ความง่วง หรือความอยากทางกายอื่น ๆ มันไม่เหมือนความโกรธ ความเครียด ฯลฯ
เพราะมันเป็นอารมณ์ ที่ต้องได้รับการตอบสนอง แต่การที่เราดูมันเฉย ๆ มันก็จะดับไปเฉย ๆ
ทีแรกก็งง ๆ ว่า ตกลงต้องทำยังไงดี แค่รู้ไปเฉย ๆ คงไม่ได้ ยิ่งใช้ชีวิตแบบเรา กิน นอน ไม่เป็นเวลาด้วย
เพราะปกติ จะกินเมื่ออยาก จะนอนเมื่ออยาก ทำให้เกิดผลในทางกลับกันด้วยว่า ถ้าไม่อยากก็ไม่กิน
ถ้าไม่อยากก็ไม่นอน การที่ดูความอยากแล้วมันดับไป เลยทำให้ไม่รู้จะนอนหรือไม่นอนดี กินหรือไม่กินดี
จนร่างกายจะไม่ไหว หัวมึน ๆ วิ๊ง ๆ ถึงรู้ว่า อ่อนี่มันคงต้องนอนแล้ว หรือรู้สึกที่ท้องขึ้นมา เห็นมันบีบตัว
ถึงรู้ว่า นี่มันต้องกินแล้ว ... ปกติก็ใช้ชีวิตลำบากแล้ว แต่ยังมีความอยากเรื่อย ๆ เลยไม่ต้องมาคอยดูว่า
ต้องทำอะไร เพราะกว่าจะอยากกินจริง ๆ มันก็ได้กินเพราะความอยากไปแล้ว พอไม่ได้ทำตามใจ
ก็เลยลำบากขึ้นจริง ๆ ...

่พึ่งได้ฟังในเทปหลวงพ่อปราโมทย์ ปกติท่านจะสอนแค่ ก็ให้รู้ให้ดูไป เห็นมันเกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับ
ตามรู้ตามดูจิตใจไป แต่วันนี้ได้ฟังประโยคนึง ท่านบอกว่า พอเห็นอารมณ์เกิดดับไปแล้ว มันหมดกิเลศ
กำกับแล้ว ค่อยตัดสินใจในเรื่องนั้น ๆ ด้วยเหตุผล .... เรานี่ช่างโง่จริง ๆ
เมื่อก่อนความคิดมันก็เกิดนะ แต่ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ปรุงแต่ง แค่ดู ๆ ไปว่ามันเกิด ก็เลยไม่รู้ต้องทำไง
แต่คราวนี้รู้แล้วว่า พอความอยากเกิดขึ้น แล้วความอยากหายไป ก็ต้องมาคิดด้วยว่า ความอยากเมื่อกี้
คืออะไร เกิดเวทนาทางกายบ้างหรือเปล่า พิจารณา ด้วยเหตุด้วยผล เพราะอารมณ์ มันหมดไปก่อนแล้ว
ก่อนจะคิดตัดสินใจ

เริ่มเข้าใจเรื่องการดูจิตขึ้นมาอีกนิดแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น: