วันพุธที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

นอกทาง

วันนี้แอบไปใช้ชีวิตทางโลก น้องอยากกินเหล้า ก็เลยไปเป็นคนดูแล แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ดื่มด้วยจนได้
(ผิดศีล 5 ไปซะแล้ว ถึงจะเป็นแค่เหล้าปั่นไม่กี่แก้วก็เถอะ)
พึ่งเห็นว่าความสุขทางโลก ชักจะไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว
เพราะตอนแรก พอมันเห็นจิต ก็รู้สึก นิ่งเฉย ไม่ได้มีอารมณ์ร่วม กับบรรยากาศโดยรอบ
เราเลยรู้ว่า ปกติแล้ว เราต้องปล่อยใจให้ได้ปรุงแต่ง ให้เกิดสัญญา ให้จิตตก จิตหลง ส่งจิตออกนอก
จึงจะทำให้หาความสุขกับชีวิตแบบโลก ๆ ได้ จากก่อนหน้านี้เป็นพยายามจะดูจิต
เลยเปลี่ยนมาเป็น พยายามจะไม่ดูจิต ให้เกิดสัญญาปรุงแต่งเยอะ ๆ
แต่โดยธรรมดา สติ ไม่ใช่ของจะบังคับได้ คราวอยากเห็นก็เห็นยาก คราวไม่อยากเห็นก็มากันจัง
แต่ไม่รู้จะโชคดีหรือโชคร้าย ที่จิตมีธรรมชาติ ไหลลงต่ำ มักแสวงหาอบาย
ผ่านไปไม่นานก็สามารถกลับมาสนุกกับเรื่องทางโลกได้ตามธรรมดา

กลับมาก็เริ่มเห็นตัวเองว่า เอ หรือเราจะติดสุขทางโลกหนอ
วิปัสนา มาจะเป็นอาทิตย์ แทนที่จะเห็นว่า กายนี้ไม่ใช่ของเรา กายนี้เป็นทุกข์
กลับกลายเป็นว่าการปฏิบัติทำให้ มองโลกแบบวางเฉยขึ้น
จะทำอะไรก็หาความสุขไปได้เสียหมด เพราะไม่ได้ยึดติดกับอะไรมากนัก
มานึกก็ตกใจว่า ตายแล้ว แทนที่การปฏิบัติจะช่วยให้เห็นมรรคเห็นทาง
กลับเอาไปใช้ในการเสพสุขทางโลกให้เหนือธรรมดา ไปเสียอย่างนั้น

เช้านี้กลับมาก็กลับมานั่งดูตัวเอง ดูลมหายใจใหม่อีกครั้ง
ดูมันจะแย่ลง ไม่ค่อยเห็น ไม่รู้ว่าจิตเผลอ เห็นกิเลศเกิดนาน ๆ ครั้ง
ดูเหมือนแค่ผ่านไปวันเดียว เราก็เดินออกมานอกทางเสียไกล
... แย่แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น: