มีสติรู้ลมหายใจอยู่บ่อย ๆ ไม่ได้มีเสียงพากษ์ในหัวแล้ว รู้ก็มีรู้ขึ้นมา
เผลอก็รู้สึกว่าเผลอ เป็นการรู้สึกแบบเงียบ ๆ ลมหายใจเข้าออก เป็นตัวดึง
ให้เห็นว่า สติกลับมาแล้ว สติหายไปแล้ว
มาถึงขั้นนี้ ได้สักพักแล้ว แต่ดูเหมือนไม่คืบหน้า
พิจารณาแล้ว น่าจะเป็นมีสติรู้ตัวแล้ว ขั้นต่อไปน่าจะเห็นกายว่าไม่ใช่ของเรา
แต่ก็ยังไม่เข้าใจลงไปถึงความรู้สึกจริง ๆ ว่า มันไม่ใช่ของเรา
ยังเป็นการรู้แบบคิดๆ ว่าบังคับมันไม่ได้ หน่วงไว้ไม่ได้ ไม่ใช่ของเรา
แต่ยังไม่รู้ลงไปถึงใจสักทีว่าที่ว่าไม่ใช่ของเรานั้น คืออย่างไร
จนบางทีชักนึกท้อขึ้นมาว่า รึเราจะมีบุญมาแค่นี้ แค่มีสติตื่นรู้ก็ยากแล้ว
แต่พอมานั่งอ่านที่บันทึกไว้ ก็มีแรงฮึดขึ้นมาอีกรอบ นับ 1 ใหม่อีกรอบ
คิดซะว่า คนที่ปฏิบัติธรรมมานั้น ตายไปแล้ว
เราเป็นคนใหม่แล้ว นับ 1 ใหม่ ทำใหม่ อีกที ...
แต่มันก็ยังมีความอยากที่จะก้าวหน้า อยากที่จะทำ แผ่ว ๆ ขึ้นมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ
มันตามรู้ยากเหมือนอารมณ์อื่น ความอยากทำ อยากก้าวหน้าในการมีสติรู้เนี่ย
เพราะอารมณ์อื่น เวลามันเกิด อาการทางกาย อาการทางใจ ที่เกิด พอเราเอาจิตออกมา
มานั่งดูอาการ ที่มันเกิด ไม่ได้ไปปรุงแต่งเพิ่ม มันก็ดับไป
แต่ความอยากทำ อยากก้าวหน้านี่ เอาใจออกมาไม่ได้ เพราะการตามรู้ตามดู
คือเครื่องประกอบอารมณ์ คือสิ่งที่ไปกระพือความอยากตามรู้ อยากทำให้ แรงขึ้นไปอีก
ตอนนี้ใช้วิธีแก้คือ หาอารมณ์อื่นมาให้มันดู ... มันจะได้ไม่ไปจับจดกับการอยากพัฒนา
-*- ในช่วงสัปดาห์นี้ เหมือนเจอปัญหาหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติ
คงเป็นเพราะความไม่เข้าในในหลาย ๆ เรื่อง อีกทั้งเราได้แค่ตามรู้ไป
ไม่มีทั้ง KPI และ Milestone ในการปฏิบัติ ด้วยเข้าใจว่า พอทำได้แล้ว จะเห็นได้เอง
ทำให้พอไม่มีอะไรมาชี้วัด มันเลยเหมือนเคว้ง ๆ สงสัยตัวเอง ถามตัวเองบ่อย ๆ
พรุ่งนี้เลยตั้งใจไว้ว่า จะค้นคว้าเรื่องลำดับการพัฒนาทางจิต
ว่ามีขั้นตอนเป็นอย่างไร หรือมีอะไรมาใช้เป็นดัชนีชี้วัดได้บ้าง
เผื่อจะได้เอาเป็นหลักในธรรมวิจัยดูสภาวะที่เกิดขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น