ก็ฟังหลวงพ่อปราโมทย์ทั้งวัน ได้ผลดังคาด วันนี้เริ่มเห็นสภาพจิตชัดขึ้น จิตเผลอก็รู้ว่าเผลอ คิดก็รู้ว่าคิด อยากก็รู้ว่าอยาก
เวลาสุขมาก ๆ หรือทุกข์มาก ๆ นี่จะจับได้ทันทีทันใด ไม่ปล่อยให้หลงนาน
แต่ว่า สุขอ่อน ๆ ทุกอ่อน ๆ กิเลศอ่อนๆ จะยังไม่ค่อยรับรู้
อีกเรื่องที่สงสัยในวันนี้ คือ การเพ่งว่ารู้ การคิดว่ารู้ กับการมีสติรู้ ต่างกันยังไง
เพราะเวลา รู้สึกตัวขึ้นมาว่าเมื่อกี้รู้สึกอะไร มันก็เหมือนรู้สึกด้วย มีเสียงพากษ์ในหัวไปด้วยว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น
ทำให้ไม่รู้ว่าตกลงเรามีสติรู้หรือเผลอไปคิด
แต่พอไปเปิดฟังเทปหลวงพ่อ มีคนถามท่านแบบนี้ ท่านก็ตอบว่า สงสัย ก็ให้รู้ว่าสงสัยนะ
เราก็เลยยิ่งงง ... ก็ให้รู้ว่างงนะ
แต่ก็ไม่ใช่่ว่าจะจับไม่ได้เลยซะทีเดียว ก็พอจะรู้สึกบ้างเหมือนกัน ว่าที่ถูกเป็นยังไง แต่มันยังไม่ละเอียดพอจะเห็นได้ชัด
เห็นแค่ลาง ๆ ถ้าให้เปรียบก็เหมือน เวลาปกติ ของหนองน้ำ มีกระเพิ่มบ้าง มากน้อย แต่เราก็เห็นเหมือนมันนิ่ง ๆ อยู่
จนมีอะไรมากระทบผิวน้ำ ถ้ามันกระทบแรง เราก็จะเห็นชัดเลย ว่าเป็นระลอกคลื่นสาดมา ให้เห็นชัด ๆ ทำให้พอจะเดาต้นทางได้
ว่าเกิดจากอะไรมาจากทางไหน เมื่อไหร่ ถึงแม้กว่าจะรุ้ตัวก็ช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่นานมากเหมือนตอนปฏิบัติแรก ๆ
แต่พวออารมณ์อ่อน ๆ อื่น ๆ ที่ตามมานี่สิ รับรู้ได้ยากมาก เหมือนคลื่นกระทบขอบสระแล้วสะท้อนไปมา
ก็เห็นอยู่ว่าจิตมันไหว แต่มันดูเหมือนฟุ้งๆ แล้วก็ต้องคิดพิจารณาว่า อ๋อ นี่คือสงสัยนะ นี่คือหลงไปคิดตามนะ นี่คือเพ่งนะ
มันไม่เหมือนตอนรู้สึกตัวเวลาเห็นสิ่งกระทบแรง ๆ เลยไม่รู้ว่าต้องดูอย่างไร
คงต้องฟังแล้วปฏิบัติตามไปอีกสักระยะถึงจะพอจับได้
ปฏิบัติวันนี้ ที่เห็นชัดเพราะต้องออกไปข้างนอก ไปซื้อของกับลูกแล้วก็เพื่อนลูก (เรียกว่า่ลูกแต่จริง ๆ ก็เป็นน้องแค่ปีสองปี
แต่ความสัมพันธ์ มันมากกว่าแบบรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่เป็นแบบพ่อลูกแทน 555)
เวลาเดินห้าง แล้วเจอเด็กน่ารัก ๆ เยอะแยะนี่ คงจะเป็นเพราะสันดานเก่า ทำให้จิตฟุ้ง ปรุงแต่งไปสารพัดทีเดียว เกิดสัญญาขึ้นมา
ในจิตมากมาย คนนั้นน่ารัก ใส่ชุดยังงั้นดี หน้าตาดี แต่ดีที่เป็นอารมณ์ที่รุนแรง เลยเห็นง่าย ดับง่าย แต่ก็เกิดความอยาก
เห็นอีก ขึ้นมาแทน ดูจิตวันนี้เลยดูง่าย เพราะเหมือนโดนค้อนฟาดใส่ทั้งวัน บางทีก็ดูเฉย ๆ บางทีก็สู้กับตัวเอง
แล้วพวกน้อง ๆ นี่ก็ตัวแสบ ไปซื้อของกันด้วยความสนิทกัน มันก็มีใกล้ชิดกันบ้าง นี่ก็ทำเอาจิตส่งออกนอกบ่อย ๆ เหมือนกัน
-*- ไม่รู้ว่ามีเครื่องสอบจิต อย่างนี้จะดี หรือไม่ดีนะเนี่ย มันทำให้เห็นจิตง่าย แต่มันก็ดังให้หลงออกนอกทางง่ายเหมือนกัน
----------------------------------------------------------------------
เห็นบอยเขียนเรื่องที่ชวนเพื่อนมาปฏิบัติธรรมแล้วไม่มีใครสนใจ
เราว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อก่อนเราเองก็เป็นเหมือนกัน คิดว่าวิทยาศาสตร์ของตัวเองนี้แหละเป็นสุดยอดแล้ว
ปัญญาทุกอย่างที่ได้มาอย่างวิทยาศาสตร์ คือสิ่งที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ แต่ความเป็นวิทยาศาสตร์ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของเรา
ทำให้ปัญญาถูกบดบัง เพราะเราคิดกันไปเองว่า มันมีอยู่อย่างนี้ เหตุผลอย่างนี้ แล้วก็สรุปเอาด้วยความรู้แค่หางอึ่งว่า จริงๆ มันก็มีเท่านี้
โดยไม่ได้ลองปฏิบัติ ทดสอบดูให้รู้แน่่ ศาสนาอื่นอาจจะพิสูจน์ยาก แต่ศาสนาพุทธเราท้าให้อย่าเชื่อ แต่จงพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง
ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องลองพิสูจน์ดู ปฏิบัติดู ถ้าปฏิบัติตามแล้วไม่เห็นจริงตามว่า จึงค่อยสรุปว่าจริงหรือไม่จริง
เพราะเมื่อก่อนเราก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน จนได้ลองทำดูจริง ๆ ถึงรุ้ว่า อ๋อ เมื่อก่อน เราเอากะลาครอบศีรษะไว้
ความรุ้ที่แท้จริง มันเลยเจาะเข้ามาไม่ถึงสมอง แต่ถึงจะเห็นด้วยตาแล้ว จะไปอธิบายใครก็คงยังไม่ได้อยู่ดี
เพราะอย่างที่เคยพูดไปแล้วว่าธรรมะเป็นเรื่องเฉพาะตัว อย่างตอนนี้ด้วยการปฏิบัติเท่านี้เราก็รู้แค่ว่า จิต คือระดับของการรับรู้ขั้นสูง
ความรู้สึกคือข้อมูล ที่สื่ออกมาด้วยภาษาธรรมชาติที่ใช้กันในสรรพชีวิต การคิดคือการสื่อสารอย่างหยาบ ที่เป็นเพียงแค่การพยายาม
นำสัญลักษณ์ มาอธิบายเศษเสี้ยวของความรู้สึก แต่เราไปยึดติดกับ ภาษากับความคิดมากเกินไป อะไรที่ตีออกมาเป็นคำพูด
หรือภาษาไม่ได้ เราก็เลยพาลจะไม่เข้าใจไป ฝึกสติ คือการให้เรากลับไปเรียนรู้ภาษาแห่งสรรพชีวิตอีกครั้ง
ทำให้เราตีความและเห็นเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดและรวดเร็วขึ้น
ถ้าจะให้เปรียบ ความคิด คงเหมือนภาษากายของผึ้ง ที่ต้องบินเป็นท่าทางเพื่อสื่อสารกัน ส่วนความรู้สึกเหมือนภาษาที่มนุษย์ใช้กัน
การเข้าใจธรรมะโดย ความคิด ก็เหมือนการใช้ภาษาผึ้งแก้สมการไดนามิคหกสิบสี่ตัวแปรนั่นแหละ
ต่อให้ใช้ความคิดมหาศาลก็คงจะไม่เห็นคำตอบ เพราะแม้แต่ความรู้เราก็ยังแก้ได้ยาก
ก็เหมือนธรรมะที่ถึงแม้ปฏิบัติก็ใช่ว่าจะเห็นทางโดยง่าย แต่อย่างน้อยก็ได้รู้วิถีที่ถูกว่า แ้กยังไง
ถ้าตอนนี้ต้องไปอธิบายให้ใครเชื่อเรื่องศาสนานี้ คงบอกได้แค่ว่า ธรรมะก็เหมือน"รสหวาน"นั่นแหละ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น