วันจันทร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ติดสุข

เนื่องจากเมื่อวานผจญกับความเครียด จนแทบจะนอนไม่หลับ
ก่อนนอน ก็เลยนอนดูลมหายใจตัวเอง ไปเรื่อย ๆ
ไม่รู้หลับไปตอนไหน

พอทำสมาธิก่อนนอน แบบนี้ แล้วมีการกำหนดสติไว้
คืนนี้พอเริ่มฝัน จึงนึกขึ้นมาได้ในฝันว่า ตัวเองกำลังฝันอยู่นี่นา
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงเล่นสนุกเพลิดเพลินไปกับความฝันนั้น เพราะนอกจากจะมีเนื้อเรื่องแปลกประหลาด หวือหวา
แล้วเรายังสามารถกำหนดให้สิ่งต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างใจคิด เป็นเรื่องสนุกไม่กี่เรื่องที่ทำในเมื่อก่อน
(แนะนำว่า ถ้าใครรู้ตัวว่าฝัน อย่าติดอยู่ในฝันนานนัก เพราะเวลาในฝันกับโลกความจริงนั้นต่างกัน
ในฝันชั่วเวลาไม่นาน แต่ในโลกความจริงอาจจะผ่านไปนานมาก หรือเร็วมากก็ไ้ด้
อีกทั้งถ้าหาก ติดอยู่ในฝันนานเกินไป เวลาตื่นจะรู้สึกเมื่อยและเหนื่อย เหมือนนอนไม่เต็มอิ่มทั้งที่นอนนาน)
มาคราวนี้ จึงจะลองนึกดูว่า ถ้าหากได้กรรมฐานชั้นต้นจะรู้สึกอย่างไร
จึงลองนั่งสมาธิในฝันดู แล้วจินตนาการไปว่าตัวเอง รับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้รอบตัว ทั้งที่หลับตาอยู่
พอหลับตาเท่านั้นก็สับสนไปทีเดียว ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกตัวและหลับตาอยู่ หรือกำลังหลับตาอยู่ในฝัน
แต่พอผ่านไปซักพัก เริ่มเหมือนรู้สึกได้ถึงสิ่งรอบ ๆ ตัว เหมือนเห็นด้วยตา แต่มันละเอียดกว่านั้น
นึกไม่ออก ว่าจะอธิบายความรู้สึกที่เห็นได้นั้นอย่างไร
เหมือนการพยายามให้คนที่ไม่เคยได้กินน้ำตาล หรือผลไม้ใด ๆ ได้รับรู้ว่ารสหวานเป็นอย่างไรด้วยการอธิบาย
เหมือนการนึกภาพว่าจะเห็นภาพอย่างไรถ้าเรามองเห็นคลื่นได้กว้างกว่าตอนนี้ มองเห็น infrared และ UV
ซึ่งปกติเราก็รู้ว่ามี แต่รับรู้ด้วยการแปลงเป็นขาวและดำด้วยเครื่องมือ ถ้าหากเรารับคลื่นเหล่านี้ได้พร้อมกันกับช่วงของแสง
ภาพที่ได้จะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าไม่เคยได้สัมผัส ก็คงบอกได้แค่ว่า สุดจินตนาการที่จะบอกได้จริง ๆ
เนื่องจากเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ จึงสนุกและติดอยู่กับการรับรู้นั้นไปนานมาก
หลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมง จิงก็ปลุก บอกต้องไปทำเรื่องเอาโดเมนคืน แต่เนื่องจากเมื่อกี้มัวแต่สนุก จึงรู้สึกเหมือนยังไม่ได้
นอนเลย เลยต้องขอตัวนอนต่อ น่าแปลกว่าพอล้มตัวลงทำนั้น ก็กลับไปสู่สภาวะนั้นได้อีก เอ หรือต้องบอกว่า
ฝันเรื่องเดิมต่อได้อีกก็ไม่ทราบ แรก ๆ ก็รู้สึกถึงรอบ ๆ ห้อง แล้วก็ค่อย ๆ ขยายออกไปเรื่อย ๆ คิดว่าผ่านไป
แค่แป๊ปเดียวเท่านั้น แต่พอตื่นมารับโทรศัพท์ กลายเป็นว่าเกือบจะ ห้าโมงเย็นแล้ว -*- สมองเราทำงานช้าจริง ๆ

เป็นความรู้สึกแปลกใหม่และเป็นสุขมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะพอได้เห็นเรื่องใหม่ ๆ สารเดโพรมีนเลยหลั่งมากไปหน่อย
แล้วก็ทึกทักเอาเองว่า ถ้าบำเพ็ญไปถึงระดับนึง คงจะเห็นได้อย่างที่เห็นในฝันครั้งนี้เป็นแน่

โดยรวมวันนี้จึงไม่ได้อะไรมาก ก็นอนไปเสียหมดวัน แต่ประสบการณ์ีที่เห็นในฝันคราวนี้เป็นกำลังใจที่ดีทีเดียวในการที่จะปฏิบัติต่อ

ไม่มีความคิดเห็น: