วันศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

นับ 1 ใหม่ ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้

1 สัปดาห์กับการกลับไปเป็นมนุษย์ธรรมดา
เห็นโลกอย่างที่เคยเห็นมาทั้งชีวิต
หลง อย่างที่หลงมาตลอดยี่สิบกว่าปี
ฟุ้งซ่านอย่างที่เป็นมาตั้งแต่จำความได้
ถามตัวเองทุกครั้งที่ตื่น ว่าวันนี้เราจะกลับไปเป็นอย่างเดิมไหม
ทบทวนทุกครั้งพอตกค่ำ ว่าตลอดวัน เกิดอะไรกับตัวเอง
ภาวนาก่อนนอน ว่าช่างมันวันนี้ หลับตาก็ตายแล้ว ตื่นมานับหนึ่งใหม่
วนไปวนมาอยู่เป็นอาทิตย์แล้ว

สงสัยจะเป็นเพราะอยากปฏิบัติมากเกินไป อะไร ๆ มันเลยไม่เป็นอย่างที่อยากจะให้เป็น
พอมานึกว่า อย่าไปจับจ้องขนาดนั้น รู้ก็รู้ ก็ตามรู้ไป ไม่ฝืน ไม่บังคับ
ก็เพี้ยนไปเป็น รู้ก็ช่างไม่รู้ก็ช่าง หนักเข้าก็ถึงกับ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เด๋วจะรู้มันก็รู้เอง

ถ้าจะถามตัวเองว่าช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้ มีสติบ้างไหม
ก็คงตอบแบบเข้าข้างตัวเองหน่อย ๆ ว่า มีสติอยู่บ่อย ๆ
เพราะความเคยชินที่เห็นลมหายใจอยู่เป็นประจำ ทำให้กลับมารู้ลมหายใจเป็นระยะ ๆ
แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นการเห็นแบบ ไม่รู้อะไรเลย ไม่รุ้อะไรเลยจริง ๆ
แค่ไหว ๆ แล้วก็ไปจับอยู่ที่ลมเข้าออก สักพักก็เผลออีก แล้วก็ไหว ๆ ขึ้นมาก็กลับไปอยู่เข้าออก
ได้ความรู้ระดับจินตมยปัญญาว่า กายนี้ ใจนี้มันไม่ใช่ของเรา เพราะสุดปัญญาจะไปบังคับมันจริง ๆ
แต่ก็ไม่เห็นความก้าวหน้าอย่างอื่นใดเกิดขึ้นอีก


"แอบท้อ"


ท้อก็รู้ว่าท้อ


"แต่ก็ยังท้ออยู่ดี"


ยังอยากท้อต่อก็ให้รู้ว่าอยากท้อต่อ


นับหนึ่งใหม่


"อยากทำก็ให้รู้ว่าอยากทำ"


-*- อยากได้อุบาย มาช่วยให้มีสติบ่อยจัง
สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์จึงหมดไปโดยไม่ได้เขียนอะไรเลย
แต่ดูเหมือนการไ่ม่เขียนก็ไม่ใช่ทางอีก
เพราะตอนที่เขียนเราก็ยังพยายามพิจารณาความเปลี่ยนแปลง
แต่พอไม่เขียนนี่ เหมือนช่างหัวมันไปเสียหมด
สุดท้ายก็เลยกลับมาเขียนดีกว่า

ไม่เป็นไร นับ 1 ใหม่อีกรอบ

แต่คงต้องไปหาอุบายมาให้มันเกิดมานะมากกว่านี้ซะหน่อยแล้ว
ชักถดถอยลงทุกวัน ทำมาได้แค่แป๊ปเดียวก็ท้อซะแล้ว แย่จริง ๆ


"ท้อก็รู้ว่าท้อ อย่าไปปรุงแต่ง 555"

ไม่มีความคิดเห็น: